สำหรับคนวัยทำงาน ความเครียดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตโดยไม่รู้ตัว ทั้งแรงกดดันจากงาน ภาระค่าใช้จ่าย ความคาดหวังในหน้าที่การงาน และบทบาทการดูแลครอบครัวหลายคนคิดว่าความเครียดเป็นเพียง "ความรู้สึก" ที่เดี๋ยวก็หายไป แต่ในความเป็นจริง ความเครียดเรื้อรังคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย โดยเฉพาะการหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) และอะดรีนาลีน ซึ่งหากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด ภูมิคุ้มกัน และสมองได้
ผลการศึกษาทางการแพทย์หลายฉบับพบว่า ความเครียดเรื้อรังอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคทางสมองที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น
งานวิจัยจาก Karolinska Institutet ประเทศสวีเดน พบว่าผู้ที่มีภาวะเครียดเรื้อรังหรือภาวะซึมเศร้ามีโอกาสได้รับการวินิจฉัยภาวะบกพร่องทางการรู้คิดและโรคอัลไซเมอร์สูงกว่ากลุ่มทั่วไป โดยนักวิจัยชี้ว่าความเครียดต่อเนื่องอาจส่งผลต่อสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ
ความเครียดเรื้อรังสามารถส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น การอักเสบในร่างกายเพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้งานวิจัยระดับประชากรยังพบความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดทางจิตสังคมกับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาว
แม้ความเครียดจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรคพาร์กินสัน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่าความเครียดที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อระบบประสาทและกระบวนการอักเสบในสมอง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่เกี่ยวข้องกับโรคทางระบบประสาทเสื่อม รวมถึงพาร์กินสัน
รู้ไหมว่า... วินาทีแรกที่เราตื่นนอนแล้วหยิบมือถือมาไถดูอีเมลงาน หรือเสพข่าวดราม่า ร่างกายจะหลั่ง "คอร์ติซอล" หรือฮอร์โมนเครียดพุ่งสูงปรี๊ดทันที! หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ทุกเช้า ความเครียดเรื้อรังจะเข้าไปทำลายสมองส่วนความจำ (Hippocampus) จนค่อยๆ ฝ่อลง ซึ่งงานวิจัยชิ้นสำคัญที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ JAMA Network Open ระบุชัดเจนว่า ความเครียดสะสมในวัยทำงานส่งผลให้สมองฝ่อและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อมสูงขึ้นถึง 3 เท่า!
ข้อมูลระดับโลกจากงานวิจัยขนาดใหญ่ INTERSTROKE Study พบว่า ความเครียดจากสังคมและการทำงาน (Psychosocial Stress) เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิด โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โดยความเครียดจะกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติก ทำให้หลอดเลือดหดตัว ความดันโลหิตพุ่งสูง และเพิ่มการอักเสบในระบบหลอดเลือด จนเสี่ยงต่อการอุดตันหรือแตกเฉียบพลัน นำไปสู่อัมพฤกษ์อัมพาตได้ในพริบตา! อย่าปล่อยให้งานสำเร็จ แต่สุขภาพล้มเหลว มาชาร์จพลังสมองระหว่างวันด้วยเทคนิคง่ายๆ:
เลิกงานแล้วแต่งานยังตามหลอกหลอนในหัว นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมา... รู้ไหมครับว่าการนอนทั้งที่ยังเครียด คือการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง การศึกษาด้านระบบประสาทจาก National Institutes of Health (NIH) เผยว่า ในช่วงที่เรานอนหลับลึก สมองจะมีระบบกำจัดโปรตีนพิษ (Beta-amyloid) ซึ่งเป็นตัวการของโรคอัลไซเมอร์ แต่เมื่อเราเครียดเรื้อรัง ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะไปขัดขวางวงจรการนอนหลับลึก ทำให้ขยะพิษเหล่านี้สะสมค้างอยู่ในสมอง แถมยังเพิ่มการอักเสบทั่วร่างกาย เสี่ยงต่อโรคหัวใจ และโรคร้ายแรงอื่นๆ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มาทำ "Mental Detox" เคลียร์สมองให้ว่างก่อนนอนด้วย Routine 3 ขั้นตอนนี้กันครับ:
| เริ่มต้นวันใหม่ | → | ยืดเส้นยืดสาย ไม่รีบเช็กมือถือ |
| ระหว่างวันทำงาน | → | พักเบรกสั้นๆ ทุกชั่วโมงด้วยสูตร 50-10 |
| ส่งท้ายวัน | → | เขียนเคลียร์สมอง ฝึกหายใจคลายเครียด |
"งานที่รัก" จะไม่มีความหมายเลย ถ้าเราไม่อยู่ในสภาพที่แข็งแรงพอจะชื่นชมความสำเร็จของมัน เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรักครับ
ด้วยความปรารถนาดีจาก “บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์” จากกรุงเทพประกันชีวิต แผนประกันโรคร้ายแรงทางสมอง อาทิ โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ และ โรคร้ายแรงอื่นๆ ที่กระทบต่อการดำเนินชีวิต สนใจรายละเอียด คลิก
แหล่งอ้างอิง