1. บัวแก้ว (BKA)
เน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูง หรือมีปัจจัยพื้นฐานดี โดยจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
2. บัวแก้ว 2 (BKA2)
เน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูง หรือมีปัจจัยพื้นฐานดี โดยจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
3. บัวแก้วปันผล (BKD)
เน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูง หรือมีปัจจัยพื้นฐานดีโดยจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนปีละ 2 ครั้ง
4. บัวหลวงธนคม (BTK)
เน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ประเภทตราสารแห่งทุนเฉพาะ 3 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มธนาคาร กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ และกลุ่มสื่อสาร ทั้งนี้การลงทุนในตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
5. บัวหลวงทศพล (BTP)
เน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ประเภทตราสารแห่งทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งผู้จัดการกองทุนคาดหมายว่าจะให้ผลตอบแทนรวมสูงสุด 10 อันดับแรก โดยจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
6. บัวหลวงโครงสร้างพื้นฐาน (B-INFRA)
เน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ประเภทตราสารแห่งทุน เฉพาะในบริษัทซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจไทย เช่น บริษัทในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง พลังงาน สื่อสาร พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และขนส่ง โดยจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
7. บัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG)
ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งการพิจารณาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอาจพิจารณาจากการจัดอันดับ CG Scoring ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือหน่วยงานอื่นใด หรือตามดุลพินิจของบริษัทจัดการ โดยเน้นลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์หุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง (Market Capitalization) หรือมีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ หรือมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ จะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ตราสารการเงิน และหรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
8. บัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC)
เน้นลงทุนในหลักทรัพย์เฉพาะกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีที่มีราคาต่ำกว่า Intrinsic Value หรือมีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูงโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนใน Derivatives และ Structured Note
มีนโยบายจ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 จากกำไรสะสมหรือกำไรจากการลงทุนสุทธิ หรือจากการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน
1. บีเฟล็กซ์ (B-FLEX)
กระจายการลงทุนในตราสารแห่งทุนตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้และหรือเงินฝาก รวมทั้งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อประกาศของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. บีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)
กระจายการลงทุนในตราสารแห่งทุนตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝาก รวมทั้งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นได้ ในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ กองทุน โดยพิจารณากำหนดสัดส่วนการลงทุนตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงเวลา อนึ่ง กองทุนอาจมีการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือตราสารที่เสนอขายในต่างประเทศ และหลักทรัพย์ทุกประเภทที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ซึ่งรวมไปถึงออปชั่นในฐานะซื้อหรือตราสารอนุพันธ์
3. บีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-SENIOR)
ส่วนการลงทุนในประเทศ ได้แก่ ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝาก โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 70% ของ NAV ตราสารแห่งทุน ขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 30% ของ NAV และหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในประเทศ เช่น กองทุนรวมทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น
ส่วนการลงทุนในต่างประเทศ ไม่เกิน 15% ของ NAV ได้แก่ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมในต่างประเทศ เช่น กองทุนรวมทองคำ ตราสารของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น
1. บัวหลวงธนทวี (B-TNTV)
ลงทุนระยะสั้นและระยะปานกลาง เน้นการลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีสภาพคล่อง โดยจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่ออกหรือค้ำประกันโดยรัฐบาลและตราสารแห่งหนี้ภาคเอกชนที่มีความมั่นคง ซึ่งเน้นการลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในตัวตราสาร หรือผู้ออกตราสาร หรือผู้ค้ำประกัน ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือรับรองตราสารหนี้นั้นๆ ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือ ( Credit Rating ) ตั้งแต่ A- ขึ้นไป อนึ่งกองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ( Derivatives ) และตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ( Structured Note )
2. บัวหลวงตราสารหนี้ (BFIXED)
ลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และเอกชน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 40% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยจะทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ของเงินต้นและดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้รับทั้งหมด ตราสารหนี้ภาคเอกชน ต้องได้รับการจัดอันดับความน่า เชื่อถือในระดับ Investment Grade
1. บัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (B-TREASURY)
เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้ภาคสถาบันการเงิน และ ตราสารแห่งหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก และ/หรือเงินฝาก เพื่อสภาพคล่อง และเพื่อลงทุน กองทุนดำรงอายุเฉลี่ย (Portfolio Duration) ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ไม่เกิน 3 เดือน
1. บัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (BERMF)
เน้นการลงทุนในตราสารแห่งทุน ทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
2. บัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)
กระจายการลงทุน ในตราสารแห่งทุนตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้และหรือเงินฝาก รวมทั้งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
3. บัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (BFRMF)
ลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดให้ลงทุนได้
4. บัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF)
ลงทุนระยะยาวในตราสารแหน่งหนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดให้ลงทุนได้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแก่รง มีศักยภาพสูงในการให้ผลตอบแทนจากการลงทุน และหรือเงินฝาก และหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดให้ลงทุนได้ ทั้งนี้ ในส่วนการลงทุนในตราสารแห่งทุนจะมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นขณะใดขณะหนึ่งไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
5. บัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BGOLDRMF)
ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ คือ SPDR Gold Trust เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Gold ETF) จัดตั้งและจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC ซึ่งบริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสิงคโปร์
6. บัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานพื่อการเลี้ยงชีพ (IN-RMF)
ลงทุนในหุ้นเฉพาะกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจไทย เช่น วัสดุก่อสร้าง พลังงาน สื่อสาร พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และขนส่ง เป็นต้น ไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
7. บัวหลวงมันนี่มาร์เก็ตเพื่อการเลี้ยงชีพ (MM-RMF)
ตราสารหนี้ซึ่งมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในตัวตราสารและหรือผู้ออก ระยะยาวสามอันดับแรก ระยะสั้นสองอันดับแรก ในระดับ National และหรือ International Scale
ตราสารหนี้ภาครัฐ สถาบันการเงิน เอกชน และหรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารหนี้ รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นที่มีกำหนดการชำระคืนเมื่อทวงถามหรือมีอายุสัญญา หรือจะครบกำหนดชำระคืนไม่เกิน 397 วันนับแต่วันที่ลงทุน กองทุนจะดำรงอายุถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ณ ขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 3 เดือน
มีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 40% ของ NAV
8. บัวหลวง Small-Mid Cap เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-SM-RMF)
ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ และหรือมีปัจจัยพื้นฐานดี โดยเน้นลงทุนในบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
9. บัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)
ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งการพิจารณาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอาจพิจารณาจาก การจัดอันดับ CG Scoring ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือหน่วยงานอื่นใด หรือตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการโดยเน้นลงทุนในกลุ่มหลักทรัพย์หุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง (Market Capitalization) หรือมีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ หรือมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1. บัวหลวงหุ้นระยะยาว (B-LTF)
เน้นการลงทุนระยะยาวในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งมีศักยภาพสูงในการให้ผลตอบแทนจากการลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่ง หนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ อนึ่ง กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตราสารหนี้ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร
2. บัวหลวงหุ้นระยะยาว 75/25 (BLTF75)
เน้นการลงทุนระยะยาวในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งมีศักยภาพสูงในการให้ผลตอบแทนจากการลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่ไม่เกินร้อยละ 75 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่ง หนี้ เงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ อนึ่ง กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตราสารหนี้ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร
1. บัวหลวงโกลด์ฟันด์ (BGOLD)
กองทุนจะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ คือ SPDR Gold Trust เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Gold ETF) จัดตั้งและจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC ซึ่งบริษัทจัดการจะทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสิงคโปร์
2. บัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์ (BCARE)
เน้นการลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Feeder Fund) ในหน่วยของกองทุนรวม Wellington Management Portfolios (Dublin) Plc.Global Health Care Equity Portfolio ซึ่งเป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่มีลักษณะเป็นประเภท Retail Fund ที่มีนโยบายลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Health Care ซึ่งบริหาร และจัดการโดย Wellington International Management Company Pte Ltd
1. บัวหลวงเชโกลด์อีทีเอฟ (BCHAY)
ลงทุนในทองคำแท่งในประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของปัจจัยอ้างอิง (ราคาทองคำแท่งในประเทศ) และส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน หรือเงินฝาก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อชำระราคาหลักทรัพย์ เพื่อรอการลงทุน หรือเพื่อเป็นสภาพคล่องของกองทุน
ทั้งนี้ ทองคำแท่งที่กองทุนลงทุนเป็นทองคำที่มีมาตรฐานสูง ความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 96.5% และผ่านการตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพของทองคำแท่งโดยวิธีการสุ่มตรวจจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมผู้ค้าทองคำแท่งในประเทศไทย ทั้งนี้ เป็นไปตามโครงการจัดทำและควบคุมมาตรฐานทองคำแท่งที่แนบท้ายในหนังสือชี้ชวน
1. บัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด (B-Fixterm Series)
ลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และเอกชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยจะทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนของเงินต้นและดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้รับทั้งหมด ตราสารหนี้ภาคเอกชน ต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment Grade